
ณ ดินแดนอันไกลโพ้น ในอดีตกาล เมืองพาราณสีเป็นเมืองที่รุ่งเรือง มีพระเจ้าพรหมทัตเป็นกษัตริย์ผู้ปกครอง พระองค์ทรงมีพระราชโอรสองค์หนึ่งนามว่า เจ้าชายสีลวะ พระองค์ทรงเป็นผู้ที่เพียบพร้อมด้วยทศพิธราชธรรม มีพระทัยอันบริสุทธิ์ และทรงบำเพ็ญศีลอย่างเคร่งครัด
วันหนึ่ง พระเจ้าพรหมทัตทรงพระประชวรหนักจนใกล้จะสิ้นพระชนม์ ก่อนที่จะเสด็จสวรรคต พระองค์ได้เรียกเจ้าชายสีลวะมาเข้าเฝ้า
“พ่อเจ้าชายสีลวะ ลูกรัก บัดนี้พ่อใกล้จะถึงกาลสิ้นอายุขัยแล้ว พ่อขอฝากบ้านเมืองนี้ไว้กับลูก พ่อขอให้ลูกจงตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม และจงรักษาศีลให้บริสุทธิ์ อย่าได้ละเลยแม้แต่น้อย” พระเจ้าพรหมทัตตรัสกำชับ
เจ้าชายสีลวะรับคำสั่งเสียของพระราชบิดาด้วยความจงรักภักดี “ข้าแต่พระบิดาผู้ประเสริฐ ข้าพระองค์จะขอปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระองค์ทุกประการ ข้าพระองค์จะตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม และจะรักษาศีลให้บริสุทธิ์ตลอดไป”
เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสด็จสวรรคต เจ้าชายสีลวะก็ได้ขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อมา ทรงพระนามว่า พระเจ้าสีลวะ
พระเจ้าสีลวะทรงปกครองอาณาจักรด้วยความยุติธรรม ทรงบำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และทรงตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรมอย่างเคร่งครัด ทำให้บ้านเมืองสงบสุข ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข
แต่ทว่า ความดีงามของพระองค์นั้น กลับไปเข้าตาของจอมมารผู้ชั่วร้ายนามว่า มาราธิราช มาราธิราชมีความริษยาในความดีของพระเจ้าสีลวะเป็นอย่างยิ่ง จึงคิดหาวิธีที่จะทำลายพระองค์
มาราธิราชได้แปลงกายเป็นพราหมณ์ผู้เฒ่า ถือถาดทองคำบรรจุด้วยกามคุณอันเลวร้าย เดินทางเข้าไปในพระราชวัง
เมื่อเข้าไปถึง ก็เข้าไปกราบทูลพระเจ้าสีลวะ “ขอเดชะฝ่าพระบาท ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ผู้ยากไร้ ได้นำเครื่องบรรณาการอันมีค่ามาถวายแด่พระองค์”
พระเจ้าสีลวะทอดพระเนตรเห็นถาดทองคำ ก็ทรงมีพระทัยสงสัย “ถาดทองคำนี้มีสิ่งใดอยู่?”
“เป็นสิ่งที่จะทำให้พระองค์ทรงสุขสำราญยิ่งขึ้นไปอีกเพคะ” พราหมณ์ (มาราธิราช) ทูลตอบ
พระเจ้าสีลวะทรงทราบดีว่า สิ่งที่อยู่ในถาดทองคำนั้นคือ กามคุณอันเป็นสิ่งที่จะทำให้พระองค์ทรงหลงผิด และละเมิดศีล
“ดูก่อนพราหมณ์ เราไม่ต้องการสิ่งนี้ เราไม่ต้องการทำลายศีลของเรา” พระเจ้าสีลวะตรัสปฏิเสธ
มาราธิราชพยายามคะยั้นคะยอ “ขอเดชะฝ่าพระบาท ทรงรับสิ่งนี้ไว้เถิด มันจะเป็นประโยชน์แก่พระองค์อย่างยิ่ง”
แต่พระเจ้าสีลวะก็ยังคงยืนกรานที่จะปฏิเสธ
เมื่อเห็นว่าไม่สามารถหลอกล่อพระเจ้าสีลวะได้ มาราธิราชจึงกลับร่างเป็นมารร้าย และพยายามใช้อำนาจทางไสยศาสตร์เข้าครอบงำพระองค์
มารร้ายได้บันดาลให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก เกิดแผ่นดินไหว จนพระราชวังเกือบจะพังทลาย
แต่พระเจ้าสีลวะก็ไม่ทรงหวั่นไหว พระองค์ทรงตั้งมั่นอยู่ในศีล ทรงระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย และทรงอธิษฐานจิต
“ข้าพเจ้าขอตั้งมั่นอยู่ในศีลนี้ หากข้าพเจ้าไม่เคยทำผิดศีลเลย ขออำนาจแห่งศีล จงคุ้มครองข้าพเจ้า” พระเจ้าสีลวะตรัส
ด้วยอำนาจแห่งศีลที่บริสุทธิ์ของพระองค์ พายุร้ายก็สงบลง แผ่นดินไหวก็หยุดลง มารร้ายก็พ่ายแพ้ไป
พระเจ้าสีลวะทรงปกครองอาณาจักรด้วยทศพิธราชธรรมและศีลอันบริสุทธิ์ จนตลอดพระชนม์ชีพ.
ศีลอันบริสุทธิ์เป็นเกราะป้องกันภัยอันตรายทั้งปวง การตั้งมั่นอยู่ในความดี ย่อมชนะซึ่งความชั่วร้ายทั้งปวง
— In-Article Ad —
ศีลอันบริสุทธิ์เป็นเกราะป้องกันภัย การตั้งมั่นในความดี ย่อมชนะความชั่ว
บารมีที่บำเพ็ญ: ศีลบารมี
— Ad Space (728x90) —
356ปัญจกนิบาตมหาโควินทชาดกณ เมืองพาราณสี อันรุ่งเรืองด้วยการค้าขายและความเจริญตา มีกษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรมนามว่า พร...
💡 ความรู้และปัญญาที่แท้จริงย่อมนำพาไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้อง และการมองเห็นสัจธรรมแห่งชีวิต
67เอกนิบาตผู้มีจิตเมตตาต่อศัตรูณ กรุงราชคฤห์ อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่อาณาจ...
💡 การมีเมตตาต่อศัตรูนั้น ย่อมนำมาซึ่งการให้อภัย และความสงบสุข.
182ทุกนิบาตมหาอุตตระชาดก ในสมัยพุทธกาล ณ แคว้นกาสี มีนครชื่อว่า โกสัมพี เมืองแห่งความเจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่ง ...
💡 ความบริสุทธิ์แห่งจิตใจและศรัทธา นำมาซึ่งการปลดปล่อยและผลบุญ
30เอกนิบาตกษัตริย์ผู้ทรงละอายต่อบาปณ อาณาจักรกุรุธรรมอันแสนสงบสุข ปกครองโดยพระเจ้าปัญญาธิราช ผู้ทรงมีพระปรีชาส...
💡 ความละอายต่อบาปย่อมนำมาซึ่งการกลับตัวกลับใจ.
8เอกนิบาตมหาสุตโสมชาดก ในสมัยพุทธกาล ขณะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ท...
💡 กามคุณเป็นสิ่งลวงตา นำมาซึ่งความทุกข์ หากไม่รู้จักประมาณตนและยับยั้งชั่งใจ
179ทุกนิบาตกุฏสิขชาดก (เรื่องอีกา) ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี ขณะที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตว...
💡 การทำกรรมดีย่อมนำมาซึ่งผลดี การทำกรรมชั่วย่อมนำมาซึ่งผลชั่ว การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารเป็นไปตามกฎแห่งกรรม แม้ในสถานะที่ต่ำต้อยเพียงใด หากตั้งมั่นในความดีและระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ก็ย่อมสามารถพบหนทางแห่งการพ้นทุกข์ได้
— Multiplex Ad —